นับตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จขึ้นครองราชสมบัติเป็นต้นมา พระองค์ได้ทรงประกอบพระราชกรณียกิจอันเป็นประโยชน์แก่ชาวไทย พระองค์เสด็จพระราชดำเนินเยือนประชาชนในท้องถิ่น ดังในปฐมพระบรมราชโองการในระหว่างพระราชพิธีบรมราชาภิเษก "…เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแก่มหาชนชาวสยาม..."

กังหันชัยพัฒนา

เกี่ยวกับโครงการ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำริในการแก้ไขปัญหาน้ำเสียด้วยการใช้เครื่องกลเติมอากาศ เนื่องจากพสกนิกรชาวไทยประสบความเดือดร้อนอันเกิดจากสภาพน้ำเน่าเสียในหลายพื้นที่ พระองค์จึงทรงแนะนำให้ใช้วิธีทางธรรมชาติโดยพระราชทานพระราชดำริให้ประดิษฐ์เครื่องกลเติมอากาศที่สามารถผลิตเองได้และช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย ซึ่งป็นที่รู้จักกันในนาม “กังหันชัยพัฒนา” 

 

การดำเนินโครงการ

กังหันชัยพัฒนาเป็นกังหันน้ำที่บำบัดน้ำเสียด้วยวิธีเติมอากาศเพื่อเพิ่มออกซิเจนในน้ำ มีหลักการ คือ ทำให้น้ำสัมผัสกับอากาศได้อย่างทั่วถึงด้วยการวิดน้ำขึ้นไป เมื่อน้ำสาดกระจายเป็นฝอยในอากาศจะส่งผลให้ปริมาณออกซิเจนในอากาศผสมผสานเข้าไปในน้ำได้อย่างรวดเร็ว เพราะพื้นที่ในการทำปฏิกิริยามีมากกว่าเดิม เมื่อน้ำมีปริมาณออกซิเจนเพิ่มมากขึ้นก็ทำให้จุลินทรีย์ที่อยู่ในน้ำสามารถย่อยสลายสิ่งสกปรกในน้ำเสียได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้สามารถบำบัดน้ำเสียได้ดี แหล่งน้ำมีคุณภาพที่ดีขึ้น

 

กังหันน้ำชัยพัฒนา ได้รับสิทธิบัตรจากกรมทรัพย์สินทางปัญญา เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2536  หลังจากเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักที่สนองพระราชดำริในการพัฒนากังหันน้ำ รับพระราชทานพระบรมราชานุญาติให้ยื่นขอรับสิทธิบัตรเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2535 จึงนับว่ากังหันน้ำชัยพัฒนาเป็นสิทธิบัตรในพระปรมาภิไธยของพระมหากษัตริย์พระองค์แรกของไทย และครั้งแรกของโลก อีกทั้งยังถือว่าวันที่ 2 กุมภาพันธ์ของทุกปี เป็นวันนักประดิษฐ์อีกด้วย นอกจากรางวัลที่กล่าวมาข้างต้น “กังหันน้ำชัยพัฒนา” ยังได้รับรางวัลเหรียญทองจาก The Belgian Chamber of Inventor องค์กรทางด้านนวัตกรรมที่เก่าแก่ของเบลเยี่ยม ในงาน “Brussels Eureka 2000” ซึ่งเป็นงานแสดงสิ่งประดิษฐ์ใหม่ของโลกวิทยาศาสตร์ ณ กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยี่ยม

 

คุณค่าต่อสังคมไทย

“....กรุงเทพฯต้องมีพื้นที่หายใจ แต่ที่นี่เราถือว่าเป็นไตกำจัดสิ่งสกปรกและโรค สวนสาธารณะถือว่าเป็นปอด แต่นี้เหมือนไตฟอกเลือดถ้าไตทำงานไม่ดีเราตาย อยากให้เข้าใจหลักของความคิดอันนี้...”

 

ครั้งหนึ่งที่บึงมักกะสันเกิดสภาวะน้ำเน่าเสีย ด้วยเหตุจากบึงมักกะสันเป็นบึงใหญ่ใจกลางกรุงเทพฯ ใช้เป็นแหล่งระบายน้ำและรองรับน้ำเสียจากโรงงานรถไฟมักกะสัน ทำให้บึงมักกะสันตื้นเขิน จากการตกตะกอนของสารแขวนลอย กอปรกับรอบบึงมักกะสันมีชุมชนแออัด 3 ชุมชน รวมแล้วมากกว่า 1,000 ครัวเรือน จึงทำให้สถานที่แห่งนี้เป็นแหล่งสิ่งปฏิกูล และขยะมูลฝอย จนเกิดปัญหาภาวะสิ่งแวดล้อม เสื่อมโทรม และน้ำเน่าเสีย กลายเป็นแหล่งมลพิษที่น่าเป็นห่วง ส่งผลกระทบต่อชีวิตของประชาชนแถบนั้นโดยตรง

 

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงตระหนักถึงภัยแห่งมลภาวะนี้ จึงได้พระราชทานพระราชดำริ ให้หน่วยงานต่าง ๆ ร่วมกันปรับปรุง บึงมักกะสันอย่างประหยัด ที่สำคัญคือต้องไม่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่ประชาชนที่อาศัยอยู่ริมบึง และให้สามารถใช้ประโยชน์ได้ต่อไปในอนาคต พระองค์จึงพระราชทานวิธีบำบัดน้ำเสียในบึงมักกะสันด้วยการใช้ “เครื่องกรองน้ำธรรมชาติ” ที่เรียกว่า ระบบ Oxidation Pond หรือ “ระบบสายลมและแสงแดด” การทำงานของระบบนี้คืออาศัยการทำงานร่วมกันระหว่างพืชน้ำกับแบคทีเรีย แบบพึ่งพาอาศัยกันและกัน น้ำที่ทำการบำบัดแล้วจะ มีความสะอาดพอที่จะส่งคืนไปเจือจางน้ำเสียในคลองสามเสน ขณะเดียวกันก็ดึงน้ำจากคลองสามเสน มาทำการบำบัดต่อไป การใช้ “เครื่องกรองน้ำธรรมชาติ” ทำให้สามารถช่วยระบายน้ำและบรรเทาสภาพน้ำเสีย  ในคลองสามเสนและคลองแสนแสบอย่างได้ผล เกิดสภาพแวดล้อมที่ดี ไม่มีกลิ่นเหม็นให้เดือดร้อนรำคาญ ส่งผลให้พสกนิกรทั้งหลายมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

 

โครงการนี้สามารถช่วยเหลือประชาชนได้เป็นอย่างดี เนื่องจากกระบวนการต่าง ๆ สามารถช่วยลดมลภาวะที่เกิดจากน้ำเน่าเสีย ทำให้ความเป็นอยู่ของประชาชนในบริเวณริมแหล่งน้ำในพื้นที่ต่าง ๆ ดีขึ้น ด้วยกระบวนการของกังหันชัยพัฒนาที่ช่วยทำให้น้ำใสสะอาดขึ้น ลดกลิ่นเหม็นลงไปได้มาก และมีปริมาณออกซิเจนในน้ำเพิ่มขึ้น สัตว์น้ำต่าง ๆ อาทิ เต่า ตะพาบน้ำ และปลา สามารถอยู่อาศัยได้อย่างปลอดภัย อีกทั้งยังบำบัดความสกปรกต่าง ๆ ให้ลดต่ำลงได้ตามเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนด และเนื่องจากกังหันน้ำชัยพัฒนาใช้เทคโนโลยีที่เรียบง่ายที่สามารถแก้ไขและปรับปรุงคุณภาพน้ำให้ดีขึ้น จึงเป็นที่ยอมรับในประสิทธิภาพของการบำบัดน้ำเสียทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยผลที่ได้รับนั้นยิ่งใหญ่และมีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์อย่างแท้จริง 

 

แหล่งที่มา

มูลนิธิชัยพัฒนา

http://www.chaipat.or.th/chaipat/index.php/th/2010-01-15-07-20-55/19/18-chaipattana-water-turbine-development

ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ

http://bhumirak.com/pages/44-44-448f-852d-32622a7-2d5-12d5sect/1903-1525u-343o482-47-839e.php